วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2558

จีนปิดประชุมสภาประจำปีลั่นมีมาตรการส่งเสริมเศรษฐกิจ

991997นอกจากนี้ยังมีความวิตกกันว่า การขยายตัวของจีนซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจโลก อาจชะลอตัวลงไปอีก หลังเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การผลิต การบริโภค และการลงทุนมีการขยายตัวลดลงต่ำสุดในรอบหลายปี ขณะเดียวกัน นายกฯหลี่ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าจีนกำลังส่งออกภาวะเงินฝืด พร้อมกล่าวโทษที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำเช่น น้ำมันดิบ และแร่เหล็ก แต่จีนนำเข้าสินค้าต่างประเทศมากขึ้นเมื่อปีที่แล้ว นายกฯหลี่ บอกว่าจีนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆและคาดหวังที่จะได้เห็นเศรษฐกิจโลก ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามรัฐบาลจีนหลีกเลี่ยงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เหมือนที่เคย ระดมเงิน 4ล้านล้านหยวน หรือราว 21ล้านล้านบาท ในช่วงที่โลกเกิดวิกฤตการเงิน ส่วนบรรดาผู้นำระดับสูงของจีนเคยบอกว่า เศรษฐกิจอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านอันซับซ้อนจากการเติบโตด้วยตัวเลขสองหลักใน รอบหลายสิบปีที่ผ่านมาไปสู่ยุคใหม่ที่เป็นตัวเลขหลักเดียวแต่มีความมั่นคง มากขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่งประเทศจีน เมื่อวันที่ 15มี.ค.ว่า นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีน เปิดเผยหลังปิดประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีนว่า รัฐบาลจีนยังมีมาตรการอีกมากมายที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศที่มีขนาด ใหญ่อันดับสองของโลก และว่า ทางการเตรียมยกระดับเป้าหมายของเศรษฐกิจมหัพภาคเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้ แก่ตลาดหากการเติบโตของจีนชะลอตัวจนอยู่ในระดับต่ำและกระทบต่อการจ้างงานกับ รายได้พร้อมกับหาทางผ่อนคลายความวิตกเกี่ยวกับการเติบโตที่ลดลง

แต่ถึงกระนั้นนายกฯหลี่ บอกว่า ยังมีข่าวดีที่ว่าในช่วง2ปีที่ผ่านมาเรายังไม่ต้องหันไปใช้มาตรการกระตุ้น ครั้งใหญ่เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโต ก่อนหน้านี้ ช่วงต้นเดือนมี.ค.นายกฯหลี่ได้ลดเป้าหมายการเติบโตประจำปีของจีนอยู่ที่ร้อย ละ7 ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำสุดนับตั้งแต่มีการกำหนดเป้าหมายคล้ายกันเมื่อปี2547 และปี 2557 เศรษฐกิจจีนขยายตัวร้อยละ7.4 ถือเป็นตัวเลขที่ชะลอตัวที่สุดในรอบเกือบ25ปี

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: จีนปิดประชุมสภาประจำปีลั่นมีมาตรการส่งเสริมเศรษฐกิจ

ปินส์ป่วยระนาวติดเชื้อพิษสุนัขบ้า

991995ทางการได้แจ้งให้คนที่กินเนื้อสุนัขที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าทราบแล้วและโชคไม่ ดีที่เด็กบางคนกินเนื้อสุนัขตัวนี้เข้าไปด้วย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ฉีดวัคซีนต้านโรคพิษสุนัขบ้าให้แก่ผู้ ป่วย เพื่อป้องกันการป่วยโรคร้ายแรงและเท่าที่ผ่านมายังไม่มีผู้ใดเสียชีวิตจาก การกินเนื้อสุนัขที่ป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้า และถึงแม้การฆ่าสุนัขมาทำอาหารเป็นสิ่งผิดกฎหมายในฟิลิปปินส์ แต่เนื้อสุนัขยังคงได้รับความนิยม   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซัมบวงก้าประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่15 มี.ค.ว่า สัตวแพทย์มาริโอ อาร์ริโอลาในจังหวัดซัมบวงก้าของฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังรักษาผู้ป่วย13 ราย หลังพบว่าพวกเขากินเนื้อสุนัขตัวหนึ่งที่ต่อมาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค พิษสุนัขบ้า เจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ใหญ่4 คน และเด็ก9 คนได้กินเนื้อสุนัขที่ป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้าในระหว่างการตามหาสุนัขต้อง สงสัยในแถบชานเมืองซัมบวงก้าทางใต้ของประเทศ อย่างไรก็ตามสุนัขตัวนี้ได้ตายลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ปินส์ป่วยระนาวติดเชื้อพิษสุนัขบ้า

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2558

ฉัตรชัย’ขนเอกชนลุยแดนโรตี

988718นอกจากนี้ยังมีการลงนามในเอ็มโอยู 7 ฉบับ ที่สะท้อนให้เห็นถึงผลสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างท่าเรือขนส่งสินค้าในมุมไบของบริษัทไอทีดี, การลงนามความร่วมมือระหว่างหอการค้าเมืองสุราตกับหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ ธานี, การลงนามเอ็มโอยู ขายสินค้าอาหารของไทยในตลาดอินเดีย, การขยายการนำเข้าต้นกล้วยไม้จากไทย, การเพิ่มสาขาไก่ทอด 5 ดาวจากเดิม 250 สาขา เป็น 300สาขา, การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในไทยเพื่อขยายอุตสาหกรรมกำจัดมลพิษทางอากาศไทยและ อาเซียนและการจัดตั้งโรงงานผลิตล้อรถยนต์ในประเทศ รวมทั้งภาครัฐของทั้งสองประเทศ เตรียมรื้อฟื้นการเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างกันอีกรอบ หลังชะลอไป โดยเป้าหมายใหญ่คือ...ไทยต้องการให้อินเดียเป็นประตูการค้าเพื่อเป็นฐานการ ส่งออกสินค้าไปยังประเทศในเอเชียใต้และให้อินเดียใช้ไทยเป็นฐานการลงทุนและ การส่งออกสินค้าไปยังอาเซียน

ในแง่มุมของภาคเอกชนแล้วต่างมองว่าเป็น เรื่องที่ดีและเปิดโอกาสให้เอกชน โดย “เกรียงไกร เธียรนุกูล” รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มองว่า เอกชนไทยต้องเปลี่ยนทัศนคติ เพราะเวลานี้อินเดียมีความเจริญ และมีกำลังซื้อสูงโดยเฉพาะความต้องการสินค้าแบรนด์เนม และสินค้าที่มีคุณภาพซึ่งไม่แปลกที่นักธุรกิจทั่วโลกแห่เข้ามาทำสัญญาลงนาม เพื่อทำธุรกิจกับอินเดียจำนวนมหาศาล

ถือเป็นโอกาสดีที่ภาครัฐและเอกชน เร่งผูกมิตรการค้าและการลงทุนกับอินเดียให้แน่นแฟ้นขึ้นเพราะในอนาคตอินเดีย จะเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นเบอร์ 1ของโลกแซงหน้าประเทศจีนและขนาดเศรษฐกิจก็จะโตขึ้นอยู่ในระดับต้น ๆ ของโลก เห็นได้จากบรรดาคนรวยในอินเดียรวมถึงกลุ่มชนชั้นกลางที่มีเพิ่มขึ้นต่อ เนื่อง

ต้องยอมรับว่าเวลานี้...อินเดีย...มีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับ 9 ของโลก และเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย รองจากจีนและญี่ปุ่น โดยมีการประเมินกันว่าเศรษฐกิจอินเดียจะขยายตัวต่อเนื่องเฉลี่ย 7% ต่อปี และอีก 5 ปีข้างหน้าอินเดียจะมีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับ 3 ของโลก โดย 60% จีดีพีมาจากภาคบริการซึ่งสาขาที่มีการขยายตัวและดึงดูดการลงทุนมากที่สุด คือ สารสนเทศและโทรคมนาคม,การเงินและการธนาคาร, การศึกษาวิจัยและการก่อสร้าง และ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี มีแผนเดินทางมาเยือนอินเดียด้วย

ทั้งนี้ผลจากการเดินทางเยือนอินเดีย ประสบผลสำเร็จอย่างดี เพราะทั้งภาครัฐและเอกชนอินเดียต่างสนใจและร่วมมือกับไทยในการขยายการค้า การลงทุนเป็นอย่างดี เห็นได้จากการตัดสินใจของบริษัท อพอลโล ไทรส์ จำกัด ผู้ผลิตยางรถยนต์อันดับ 1 ของอินเดียที่ได้ลงนามกับนิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง จ.ระยอง เพื่อซื้อพื้นที่ 300 ไร่ มาตั้งโรงงานในไทยวงเงินลงทุน 5,000 ล้านบาท เพื่อเป็นฐานผลิตยางรถยนต์ในการส่งออกไปทั่วโลก โดยจะใช้ยางในไทยไม่ต่ำกว่า 100,000 ตันต่อปี (ผลิตยางรถยนต์ 12 ล้านเส้น) เพราะตรงนี้จะช่วยแก้ปัญหาราคายางที่ตกต่ำได้ ซึ่งกลายเป็นบิ๊กเซอร์ไพร้ส์เลยทีเดียว

สำหรับไทยแม้มีนักลงทุนเข้าไปทำธุรกิจในอินเดียมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท แล้ว แต่รัฐบาลมองว่าส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ และถือว่าไม่มากเกินไปเมื่อเทียบกับตลาดใหญ่ที่มีประชากรเกิน 1,200 ล้านคน ดังนั้นจึงมีแผนส่งเสริมให้เอสเอ็มอีเข้ามาขยายฐานการค้าและการลงทุนใน อินเดียมากขึ้นหรือการใช้อินเดียเป็นประตูการค้าเพื่อขยายการส่งออกไปยัง ตลาดประเทศเอเชียใต้

อย่างน้อย...การพุ่งเป้าหมายตลาดอินเดียให้เต็ม เม็ดเต็มหน่วย ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้การส่งออกไทยเป็นไปตามเป้าหมายที่กระทรวง พาณิชย์ตั้งเป้าไว้ 4% ก็เป็นไปได้หลังจากเดือนม.ค. 58 การส่งออกไทยประเดิมติดลบ 3.46% เพราะตลาดใหม่ ๆอย่างอินเดีย จะช่วยกระจายความเสี่ยงจากปัญหาเศรษฐกิจในตลาดหลักอย่างยุโรปอเมริกาได้

“พล.อ.ฉัตร ชัย สาริกัลยะ” รมว.พาณิชย์ ให้เหตุผลว่า การนำทัพเอกชนไทยมาโรดโชว์ประเทศอินเดียครั้งนี้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ ของกระทรวงพาณิชย์ในการขยายและเพิ่มมูลค่าการส่งออกไทยโดยอินเดียปัจจุบัน รัฐบาลอินเดียออกนโยบายเพื่อมุ่งพัฒนาประเทศให้เติบโตในทุกมิติพร้อมทั้ง เน้นการดึงดูดการลงทุนทั้งจากในและต่างประเทศเพื่อให้อินเดียกลายเป็นศูนย์ กลางการผลิตของโลก รวมถึงการส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศในเอเชียโดยเฉพาะอาเซียน

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ฉัตรชัย’ขนเอกชนลุยแดนโรตี

ชี้ลดดอกเบี้ย0.25%ไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

988878สำหรับเหตุผลของ กนง. ที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเนื่องจากเศรษฐกิจโตช้ากว่าที่คาดนั้น อาจเป็นเพียงข้ออ้าง เพราะตามข้อเท็จจริงแล้วเศรษฐกิจไทยขยายตัวช้ากว่าที่คาดจริง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ เพียงแต่เราไม่อยากโทษตัวเองเท่านั้น เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญมาจากการส่งออกที่ยังแย่อยู่มาก

“เรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายถ้าจะให้มีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ นั้น ควรจะแสดงให้เห็นว่าอยู่ในช่วงขาลง หรือต้องปรับลดลงมาอีก แต่ตอนนี้ดูแล้วพูดได้ไม่เต็มปากว่าดอกเบี้ยของไทยอยู่ในช่วงขาลงหรือไม่ เพราะการที่ กนง. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังไม่ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าดอกเบี้ยอยู่ใน ช่วงขาลง เนื่องจากกรรมการมีความเห็นที่ใกล้เคียงกัน คือ 4 ต่อ 3 แต่ถ้ามีมติเป็นเอกฉันท์ หรือเป็นเสียงข้างมากให้ลดดอกเบี้ย เช่น 6 ต่อ 1 หรือ 7 ต่อ 0 เสียง จะทำให้ตลาดคาดการณ์ได้ว่าดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลง และตลาดจะรู้เองว่าถ้าดอกเบี้ยขาขึ้นควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร และถ้าขาลงควรทำอะไรและไม่ควรทำอะไรเช่นกัน”นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.75% ว่า ไม่น่าจะมีผลในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากนัก โดยเฉพาะภาคการส่งออก ที่คิดเป็นสัดส่วน 3 ใน 4 ของจีดีพี และได้รับผลกระทบอย่างมากจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยมองว่าเหตุผลที่ กนง. ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น มาจากแรงกดดันของกระแสสังคมมากกว่า รวมถึงการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเงินทุนไหลเข้าจากมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ชี้ลดดอกเบี้ย0.25%ไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558

หมอกควันเชียงใหม่ยังอ่วมป่วยแล้ว2.5หมื่นคน

986018ด้าน นายพรชัย จิตรนวเสถียร นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีผลกระทบกับนักท่องเที่ยว 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มที่ทราบอยู่แล้วถึงปัญหาจึงไม่เดินทางมาเชียงใหม่เลย กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่เดินทางมาเอง แต่พอทราบถึงปัญหาจึงยกเลิกการเดินทาง และจะมาช่วงเวลาอื่นแทน และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ ทางทัวร์จะจัดเตรียมอุปกรณ์หน้ากากเพื่อป้องกันและพานักท่องเที่ยวเดินทาง มาปกติ แต่ยอดกรุ๊ปทัวร์มีจำนวนที่ลดลงมาก สรุปความเสียหายสำหรับการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ที่เกิดขึ้นมูลค่่า ความเสียหายเกือบ 2,000 ล้านบาท เลยทีเดียวเมื่อวันที่ 9 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์หมอกควันจากไฟป่าที่ปกคลุม จ.เชียงใหม่ ว่า ล่าสุดสถานีตรวจจับคุณภาพอากาศ ได้ตรวจพบฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน ถือว่ามีค่าละอองฝุ่นจากหมอกควันเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และทำให้สภาพภูมิอากาศในจังหวัดเข้าขั้นน่าเป็นห่วง นักท่องเที่ยวต้องสวมหน้ากากอนามัยกันตลอดเวลา อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อสุขภาพด้วยจากปัญหาด้วยโรคต่างๆ อาทิเช่น โรคตาอักเสบ โรคระบบทางเดินหายใจ ไม่ต่ำกว่า 25,000 คนแล้วเบื้อง ต้นเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้สรุปผลสาเหตุของการเกิดหมอกควัน คาดว่าน่าจะเกิดจากการที่มีกลุ่มคนเข้ามาล่าสัตว์ หรือการหาของป่า โดยได้เร่งสืบสวนและควบคุมสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าสู่สถานการณ์ปกติเร็วที่สุด

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: หมอกควันเชียงใหม่ยังอ่วมป่วยแล้ว2.5หมื่นคน

ตชด.ปืนโหดยิงโจ๋ร่างพรุนสงสัยลักมือถือ

986023จากการสอบสวนทราบว่า นายภานุวัฒน์ ผู้ตาย แวะมาหาเพื่อนที่ห้องเช่าหลังร้านซ่อม จยย.แต่ไม่พบเพื่อน จึงเดินเตร่อยู่ที่หน้าร้าน ส่วน ด.ต.เมธี เจริญรักษ์ ตำรวจสื่อสาร สังกัดกองกำกับการฝึกพิเศษ ตชด. อ.ทุ่งสง ที่นั่งอยู่หน้าร้านดังกล่าว เมื่อเห็น นายภานุวัฒน์ ได้เดินปรี่เข้ามาหา พร้อมกับถามถึงโทรศัพท์มือถือของ นายโอ เจ้าของร้านซ่อม จยย.ที่หายไป เนื่องจากสงสัยว่า นายภานุวัฒน์ กับเพื่อนร่วมกับขโมยไป เมื่อ นายภานุวัฒน์ ปฎิเสธไม่รู้เรื่อง ทำให้ ด.ต.เมธี โมโหชักอาวุธปืนจ่อยิงจนล้มลงเสียชีวิต ก่อนจะหลบหนีไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไปจับกุมตัว ด.ต.เมธี พร้อมของกลางอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ได้ที่กองกำกับการฝึกพิเศษ ตชด. อ.ทุ่งสง ซึ่งผู้ต้องหาให้การว่า เป็นคนลงมือจริงเมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 9 มี.ค. ร.ต.ท.สัญญา กล่อมสุข พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย ภายในซอยโรงเรียนท่าแพ เขตเทศบาลเมืองทุ่งสง จึงรุดไปตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุข้างร้านซ่อม จยย.พบศพ นายภานุวัฒน์ ศรีสุธรรม อายุ 26 ปี ถูกยิงที่ลำตัว 3 แห่ง นอนจมกองเลือด โดยมี ด.ต.สังคม ศรีสุธรรม ตำรวจฝ่ายจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ตชด.ที่ 42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง ผู้เป็นพ่อนั่งเฝ้าศพอยู่ไม่ห่าง

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ตชด.ปืนโหดยิงโจ๋ร่างพรุนสงสัยลักมือถือ

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2558

รพ.ตุรกีอ้างสิทธิพลเมืองให้การรักษาสมาชิกไอเอส

985174ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตุรกีถูกประณามจากกลุ่มพันธมิตรสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) โดยเฉพาะสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) เรื่องการไม่ให้ความร่วมมือและขาดความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกับต่างชาติ เพื่อต่อต้านไอเอส และไม่พยายามดำเนินมาตรการที่ชัดเจน เพื่อป้องกันกลุ่มหัวรุนแรงเดินทางข้ามพรมแดนจากตุรกีไปยังอิรักและซีเรีย ซึ่งนายมาร์ก ปิเอรินี อดีตเอกอัครราชทูตอียูประจำตุรกีกล่าวว่า ทางการตุรกีดำเนินนโยบายไฟเขียวแก่กลุ่มก่อการร้าย โดยมีเที่ยวบินตรงจากเมืองอิสตันบูลไปยังเมืองกาซีอันเตปทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งถูกเรียกว่า "สายด่วนจีฮัด" นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเรเซพ เตย์ยิป เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี ยังเคยให้การสนับสนุนไอเอสในการพยายามโค่นอำนาจนายบาร์ชา อัล-อัสซาด ผู้นำซีเรียด้วย

หนังสือพิมพ์ตาราฟของตุรกี รายงานว่า หน่วยข่าวกรองตุรกีได้ออกคำเตือนเมื่อต้นเพือน ก.พ. ที่ผ่านมา ว่า กลุ่มไอเอสราว 3,000 คน ที่แฝงตัวเคลื่อนไหวในประเทศ มีแผนจะก่อเหตุโจมตีสถานเอกอัครราชทูตของกลุ่มประเทศพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐ ในกรุงอังการา ทั้งนี้ ดูเหมือนสาเหตุที่ทำให้ทางการตุรกีหวาดกลัวที่จะให้การสนับสนุนกลุ่มชาว เคิร์ดในการต่อสู้กับไอเอสในโคบานี เป็นเพราะหวั่นว่ากองทัพเคิร์ดจะยกระดับเป้าหมายจนนำไปสู่การเรียกร้อง เอกราช ซึ่งปัจจุบันมีชุมชนชาวเคิร์ดในนามของเคอร์ดิสถานเกิดขึ้นในหลายประเทศ ทั้งอิรัก อิหร่าน ซีเรีย และตุรกีสำนักข่าวอินเตอร์เนชันแนล บิสเนส ไทม์ส เผยรายงานเกี่ยวกับ น.ส.เอสรา ยาการ์ นักศึกษาแพทย์ชาวตุรกีที่เดินทางไปยังเมืองโคบานีเพื่อให้ความช่วยเหลือด้าน การแพทย์ เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา และได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะจากการโจมตีของกลุ่มผู้ก่อการร้าย ปรากฏว่าเมื่อเธอเดินทางกลับมายังตุรกีเพื่อเข้ารับการรักษา กลับถูกส่งต่อจากโรงพยาบาลหนึ่งไปยังอีกโรงพยาบาลหนึ่ง จนส่งผลต่ออาการบาดเจ็บและทำให้เธอสูญเสียตาไปหนึ่งข้าง ในท้ายที่สุดเธอได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงอังการา ก่อนจะถูกตำรวจจับและตั้งข้อหาก่อการร้าย ซึ่งเธอเพิ่งได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเนื่องจากปัญหาด้าน สุขภาพ แต่ก็มีกำหนดขึ้นศาลเพื่อฟังคำพิจารณาคดีในวันที่ 30 เม.ย. นี้ โดยนายเซห์มุส โกคัลพ์ หนึ่งในสมาชิกสภาสมาคมการแพทย์ตุรกี ประณามการจับกุมครั้งนี้ว่า เป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรม และแสดงความผิดหวังอย่างยิ่ง ที่การให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์แก่ประชาชนในเมืองโคบานี ถูกตัดสินว่าเป็นอาชญากรรมในประเทศของตน

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่า ทางการตุรกีให้การยืนยันข่าวลือที่แพร่สะพัดไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ก่อนหน้า นี้ว่า โรงพยาบาลเมืองเดนิซลี ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ให้การรักษาแก่นายเอมราห์ คากัน หนึ่งในสมาชิกระดับสูงของกลุ่มก่อการร้ายไอเอส ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. เป็นต้นมา และการรักษาจะยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้ารับบริการด้านสาธารณสุข ซึ่งนายคากันก็เป็นหนึ่งในพลเมืองตุรกีที่พึงได้รับสิทธินั้น ทั้งนี้ นายคากันเป็นหนึ่งในชาวตุรกีนับพันคน ที่เข้าร่วมกับกลุ่มไอเอส โดยเขาสามารถไต่ขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงในองค์กรได้ในเวลาอันรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ทางการตุรกีอ้างเรื่องสิทธิพลเมืองและการไม่แบ่งแยก เพื่อเป็นเหตุผลในการให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ก่อการร้าย แต่กลับมีรายงานว่ากลุ่มนักรบชาวเคิร์ดที่สู้ศึกปกป้องเมืองโคบานีของซีเรีย ซึ่งอยู่ติดพรมแดนทางตอนใต้ของตุรกี มาตั้งแต่เดือน ก.ย. ปีที่แล้ว กลับเป็นกลุ่มคนที่ถูกปฏิเสธจากหลักมนุษยธรรมในระบบสาธารณสุขของรัฐบาลตุรกี

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: รพ.ตุรกีอ้างสิทธิพลเมืองให้การรักษาสมาชิกไอเอส