นายโมฮัมเหม็ด เอมวาซี เกิดในคูเวตขณะที่ครอบครัวของเขาซึ่งเดินทางมาจากอิรักยังอยู่ในสถานะไร้ สัญชาติ ก่อนพ่อแม่ของเขาจะเดินทางอพยพไปอยู่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในปี 2536 เมื่อหมดหวังที่จะได้สัญชาติคูเวต ในระหว่างที่เติบโตมา นายโมฮัมเหม็ดเดินทางกลับไปยังคูเวตหลายครั้ง โดยครั้งสุดท้ายคือระหว่าง 18 ม.ค. - 26 เม.ย. 2553 ก่อนที่จะถูกห้ามเข้าประเทศในปีต่อมา เนื่องจากเขามีรายชื่ออยู่ในกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่ถูกสอบสวนจากเหตุรุนแรง หลายครั้งในอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญและสื่อจากทั้งอังกฤษและสหรัฐ ต่างยืนยันว่านายโมฮัมเหม็ดคือจีฮัด จอห์น ซึ่งสังหารตัวประกันชาวตะวันตกไปแล้วอย่างน้อย 5 ราย
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่า นายอายุบ ข่าน ไมดิน รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจต่อต้านก่อการร้ายมาเลเซีย แถลงว่า สามารถระบุตัวชายชาวมาเลเซียได้ 2 คน จากคลิปวิดีโอการฆ่าตัดคอชายชาวซีเรียของกลุ่มก่อการร้ายไอเอส ที่เผยแพร่ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊คเมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้แก่นายโมห์ด ฟาริส อานูอาร์ วัย 20 ปี และนายมูฮาหมัด แวนน์ดี มูฮัมเหม็ด เจดี วัย 25 ปี โดยมีข้อมูลบันทึกว่า นายแวนน์ดีเดินทางไปยังซีเรียพร้อมด้วยนางนอร์ มาห์มูดาห์ อาหมัด ผู้ป็นภรรยา เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ส่วนนายฟาริสเดินทางไปตั้งแต่เดิน ก.ย. ปีที่แล้ว
ทั้งนี้ ทางการมาเลเซียมีแผนจะปรับปรุงกฎหมายต้านก่อการร้ายให้เข้มงวดรัดกุมมากขึ้น ในการประชุมสภาที่จะมีขึ้นในเดือนนี้ โดยนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรี กล่าวไว้เมื่อเดือน พ.ย. ว่า มาเลเซียจำเป็นต้องมีกฎหมายและมาตรการที่รุนแรงขึ้น ในการรับมือกับกลุ่มหัวรุนแรง ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนมาใช้ยุทธวิธีแบบหมาป่าโดดเดี่ยว หรือการจัดตั้งกลุ่มย่อยขึ้นมาในประเทศของตน ก่อนจะสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อไปยังกลุ่มที่เกี่ยวข้องในภูมิภาค โดยปัจจุบันทางการมาเลเซียควบคุมตัวพลเมืองที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับ กลุ่มก่อการร้ายได้ 40 คน และยืนยันตัวชาวมาเลเซียที่เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงอย่างอิรักและซีเรีย ได้อีก 39 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่เผยว่า เครื่องมือสำคัญที่กลุ่มหัวรุนแรงใช้ในการเผยแพร่แนวคิดและรวบรวมกำลังพลคือ สื่อสังคมออนไลน์
แหล่งที่มา : เดลินิวส์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น